"สินเดือนจะไม่สินใจ ถ้ารู้จักการวางแผนให้ดี" หมายถึง ความรู้สึกสิ้นใจในตอนสิ้นเดือนจะหมดไป หากรู้จักวางแผนการใช้เงินให้ดี
ประโยคนี้สื่อถึงความรู้สึกสิ้นเดือนที่หลายคนมักประสบ โดยมักจะรู้สึกเครียดและกังวลเนื่องจากเงินไม่พอใช้ ทั้งค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเทอม ค่ากิน ค่าอยู่ ค่าเดินทาง เป็นต้น ความรู้สึกเหล่านี้อาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินและสุขภาพจิตได้
การวางแผนการใช้เงินที่ดีจะช่วยให้สามารถควบคุมรายจ่ายไม่ให้เกินรายได้ ซึ่งจะทำให้มีเงินเหลือเก็บไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินหรือเพื่อเป้าหมายในอนาคต เช่น การออมเงินเพื่อเกษียณ การดาวน์รถหรือบ้าน เป็นต้น
การวางแผนการใช้เงินที่ดีสามารถทำได้ดังนี้
- กำหนดเป้าหมายทางการเงิน เช่น ต้องการมีเงินเหลือเก็บเดือนละเท่าไหร่ ต้องการมีเงินเก็บไว้ดาวน์บ้านหรือรถภายในกี่ปี เป็นต้น
- สำรวจรายรับและรายจ่ายทั้งหมด โดยแยกเป็นรายจ่ายที่จำเป็นและรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
- ตั้งงบประมาณรายจ่ายในแต่ละหมวดหมู่
- ควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นไปตามงบประมาณที่ตั้งไว้
- หารายได้เพิ่มเพื่อเพิ่มเงินเก็บ
หากรู้จักวางแผนการใช้เงินให้ดี ก็จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเครียดและกังวลในตอนสิ้นเดือน และช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้ได้
การวางแผนการใช้เงินที่ดี
- กำหนดเป้าหมายทางการเงิน เช่น ต้องการมีเงินเหลือเก็บเดือนละ 5,000 บาท ต้องการมีเงินเก็บไว้ดาวน์บ้านภายใน 5 ปี
- สำรวจรายรับและรายจ่ายทั้งหมด โดยแยกเป็นรายจ่ายที่จำเป็นและรายจ่ายที่ไม่จำเป็น
- ตั้งงบประมาณรายจ่ายในแต่ละหมวดหมู่ เช่น ค่ากิน 3,000 บาท ค่าเดินทาง 1,000 บาท ค่าผ่อนบ้าน 20,000 บาท เป็นต้น
- ควบคุมการใช้จ่ายให้เป็นไปตามงบประมาณที่ตั้งไว้ เช่น หากมีรายรับเดือนละ 30,000 บาท ก็ควรใช้จ่ายไม่เกิน 26,000 บาท
- หารายได้เพิ่มเพื่อเพิ่มเงินเก็บ เช่น ทำงานพิเศษ หรือลงทุน เป็นต้น
การวางแผนการใช้เงินที่ดีอาจต้องใช้เวลาและวินัยในการปฏิบัติตาม แต่หากทำได้ก็จะส่งผลดีต่อการเงินและชีวิตโดยรวมในระยะยาวได้
การวางแผนการเงินเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องการประสบความสำเร็จด้านการเงินตามเป้าหมาย สูตรวางแผนการเงินที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จด้านการเงินตามเป้าหมาย มีดังนี้
1. กำหนดเป้าหมายทางการเงิน
สิ่งแรกที่ต้องทำก่อนวางแผนการเงินคือการกำหนดเป้าหมายทางการเงิน ว่าคุณต้องการให้เงินของคุณทำอะไรบ้าง เช่น เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ เกษียณอายุ เป็นต้น เมื่อคุณกำหนดเป้าหมายได้แล้ว จะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายได้ตรงตามกำหนด
2. จัดทำงบประมาณรายรับ-รายจ่าย
ขั้นตอนถัดมาคือจัดทำงบประมาณรายรับ-รายจ่าย เพื่อดูว่าในแต่ละเดือนมีรายรับเท่าไหร่ และใช้จ่ายอะไรไปบ้าง จะช่วยให้คุณทราบถึงพฤติกรรมการใช้จ่าย และหาแนวทางในการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
3. แบ่งสัดส่วนเงิน
เมื่อทราบถึงรายรับ-รายจ่ายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือแบ่งสัดส่วนเงินออกเป็น 3 ส่วน คือ
- ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค เป็นต้น
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าเสื้อผ้า ค่าเดินทางท่องเที่ยว ค่าความบันเทิง เป็นต้น
- เงินออม เพื่อเก็บไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ซื้อบ้าน ซื้อรถ เกษียณอายุ เป็นต้น
4. หาแหล่งเงินลงทุน
เมื่อมีเงินออมแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือหาแหล่งเงินลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินออมของคุณ มีหลายวิธีในการหาแหล่งเงินลงทุน เช่น การฝากเงินออมทรัพย์ การฝากประจำ การออมหุ้น การออมกองทุนรวม เป็นต้น
5. ติดตามผลและปรับเปลี่ยนแผน
ขั้นตอนสุดท้ายคือติดตามผลและปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น รายได้เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายลดลง เป้าหมายทางการเงินเปลี่ยนไป เป็นต้น
นอกจากสูตรวางแผนการเงินที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ช่วยส่งเสริมให้การวางแผนการเงินของคุณประสบความสำเร็จ
- วินัยในการออม สิ่งสำคัญที่สุดของการวางแผนการเงินคือการมีวินัยในการออม คุณต้องพยายามเก็บเงินออมให้ได้อย่างน้อย 10% ของรายได้
- ความรู้ทางการเงิน การมีความรู้ทางการเงินจะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณสามารถหาความรู้ทางการเงินได้จากหนังสือ เว็บไซต์ หรือปรึกษานักวางแผนการเงิน
การวางแผนการเงินเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่อง คุณควรหมั่นติดตามผลและปรับเปลี่ยนแผนตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินได้ตรงตามกำหนด
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น